618 คำ
3 นาที
ย้ายจาก WordPress + Cloudways มา Cloudflare ล้วนๆ — ทำเว็บด้วยแชท
สารบัญ

เคยมั้ยครับ เปิดบิลค่าโฮสเว็บบริษัทตัวเองทุกเดือน รู้ว่าต้องจ่าย แต่ไม่เคยรู้สึกว่า “เออ คุ้มเงินที่จ่ายไป”

ผมรันเว็บหลายตัวบน WordPress + Cloudways มาหลายปี ทั้งเว็บบริษัท เว็บโปรเจกต์ ไปจนถึงเว็บส่วนตัว จ่ายเดือนละหลายพันบาท เอาตรงๆ คือไม่เคยนั่งคำนวณเลยว่าจ่ายเพื่ออะไรกันแน่

เดือนที่ผ่านมาผมย้ายออกเกือบหมดแล้ว มาอยู่บน Cloudflare ecosystem ล้วนๆ เขียนทุกอย่างผ่านแชทกับ Claude งานที่เคยจ้าง dev ทำเป็นสัปดาห์ ตอนนี้เสร็จใน 1-2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายลดลงเกือบ 100% (ส่วนใหญ่อยู่ใน free tier)

วันนี้เลยอยากเล่าให้ฟังว่า ทำไมย้าย ใช้อะไรแทนอะไร แล้วดีขึ้นยังไง เผื่อใครยังติดอยู่กับ WordPress จะได้รู้ว่ามีทางเลือกอื่น

ระบบเดิม — WordPress + Cloudways#

WordPress เป็น CMS ที่ครองตลาดเว็บประมาณ 40% ของโลก ส่วน Cloudways เป็น managed hosting เอา VPS จาก DigitalOcean / AWS มาห่อให้ใช้ง่ายขึ้น มี backup, SSL, staging ครบชุด

ผมเลือกคู่นี้เพราะตอนเริ่มต้นมันง่ายที่สุด ติดตั้ง 5 นาที ลงปลั๊กอิน 10 ตัว ได้เว็บที่มีฟอร์มติดต่อ ระบบ SEO ระบบ cache ครบทุกอย่าง ไม่ต้องเขียนโค้ดเอง

ใช้มาหลายปี รันคู่กันหลายเว็บ จนวันนึงไปนั่งบวกค่าโฮสรวมแล้ว…

จริงๆ หลักๆ คือราคา 555+#

เอาตรงๆ เหตุผลหลักที่ย้ายคือค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ปัญหาเทคนิคดราม่าอะไรหรอก

เพราะเว็บส่วนใหญ่ของผมเป็น static website หน้าบริษัท หน้าสินค้า portfolio about team ไม่มี user login ไม่มีร้านค้า ไม่ต้องอัปเดตทุกวัน

แต่เพราะเริ่มด้วย WordPress มาตลอด ก็ใช้ WordPress ตลอด จ่าย Cloudways ต่อเว็บเดือนละ $14+ หลายเว็บรวมแล้วเดือนละหลายพันบาท จ่ายค่า CMS เต็มระบบทั้งที่เว็บไม่ได้ต้องใช้

พอมาเจอว่า Cloudflare Pages รองรับ static site ฟรีเกือบหมด ก็เลย… อ้าว ที่จ่ายมาทั้งปี มันคือเสียเปล่าเหรอ 555+

ปัญหารองๆ ที่ทนได้แต่กวนใจ#

  • ปลั๊กอินอัปเดต ต้องตามทุกเดือน บางทีชนกันเองจนเว็บพัง
  • WordPress = เป้าโจมตีหลักของโลก ต้องติด security plugin บล็อกบอท
  • ความเร็วต่างประเทศ server อยู่สิงคโปร์ ลูกค้ายุโรป/อเมริกาโหลดช้า

ถ้าราคามันเท่า Cloudflare ผมก็คงทน WordPress ต่อไปได้ แต่พอเห็นว่า static site บน Cloudflare = ฟรี + deploy ผ่าน git push + edge CDN ทั่วโลกตั้งแต่เริ่มต้น มันไม่มีเหตุผลที่จะจ่ายค่าโฮสรายเดือนต่อแล้ว

ระบบใหม่ — Cloudflare ecosystem ตัวเดียวจบ#

Cloudflare เริ่มจาก CDN + DNS แต่ไม่กี่ปีหลังเขาขยายจนทำได้ทุกอย่างที่เว็บต้องการ ผมใช้ของเขาครบชุดเลย:

  • Cloudflare Pages โฮสต์ static website (ฟรีสำหรับ traffic ระดับธุรกิจเล็ก) deploy ผ่าน GitHub auto build, edge CDN ทั่วโลกตั้งแต่เริ่มต้น
  • Cloudflare R2 object storage เก็บรูป/ไฟล์ ราคาถูกกว่า S3 มาก ไม่มีค่า egress
  • Cloudflare D1 SQL database (SQLite-based) กระจายไปทั่วโลก สำหรับเว็บที่ต้องการ dynamic data
  • Cloudflare Workers รันโค้ดบน edge ไม่ต้องมี server เขียน JavaScript/TypeScript ใช้แทน API backend
  • Cloudflare DNS + Proxy จัดการโดเมน + protection ในที่เดียว ฟรี

ทั้งหมดอยู่ในบัญชีเดียว คุยกันเองได้หมด ไม่ต้องตั้งค่าข้ามบริการให้ปวดหัว

ลดความซับซ้อนลงจริงๆ ขนาดไหน#

ของเก่า ของใหม่
───────────────────── ─────────────────────
WordPress + Cloudways Cloudflare Pages
+ Plugin × 10 ตัว + R2 (รูป)
+ S3 / external storage + D1 (database ถ้าต้อง)
+ external DNS + Workers (API ถ้าต้อง)
+ external cache CDN + DNS
+ external email/form service
───────────────────── ─────────────────────
$14+ / เดือน × N เว็บ ส่วนใหญ่อยู่ใน free tier
ตามอัปเดตปลั๊กอินทุกเดือน platform-level updates

ย้ายข้อมูลจาก MySQL ไปไหน#

สำหรับเว็บ static (บล็อก เว็บองค์กร portfolio) ไม่ต้อง database เลย ย้ายเป็น markdown file เก็บใน GitHub ให้ Claude แปลง WordPress export XML เป็น markdown ทีละไฟล์ ครึ่งวันต่อเว็บ (เคยนึกว่าจะใช้เวลาเป็นเดือน)

สำหรับเว็บที่มี user login / dynamic data จริงๆ ย้าย MySQL ไปเป็น Cloudflare D1 ให้ Claude เขียน schema + query ใหม่จาก MySQL ไปเป็น SQLite ทดสอบกับ sample data ก่อน 1-2 รอบก็เรียบร้อย

Dev workflow ใหม่ — เขียนเว็บผ่านแชท#

อันนี้แหละครับจุดที่เปลี่ยนเกมที่สุด และเป็นเหตุผลจริงๆ ที่ทำให้กลับไปไม่ได้แล้ว

สมัย WordPress#

อยากเพิ่มฟีเจอร์ใหม่บนเว็บบริษัท? หาปลั๊กอินที่ใกล้เคียง → ติดตั้ง → ลองปรับ → ไม่ตรง → หาตัวอื่น → ลองอีก → ยังไม่ได้ → จ้าง dev เขียนปลั๊กอินใหม่ → รอ 1-2 สัปดาห์ → ได้แล้ว → เจอบั๊ก → แก้ → deploy

ตอนนี้#

เปิด Claude Code (หรือ Cursor / Windsurf / Google Antigravity ก็ได้) แล้วพิมพ์ลงไปในแชทเลย:

“เพิ่มหน้า contact ที่มีฟอร์มรับชื่อ + email + ข้อความ ส่งเข้ามาแจ้งใน LINE Notify”

AI เขียนโค้ดให้ → ผมอ่าน commit ทดสอบใน preview → push → live ใน 2 นาที

เก่า: ใหม่:
───────────────────── ─────────────────────
หาปลั๊กอิน → install → พิมพ์ใน chat ว่าต้องการ
customize → fix → ขัดแย้ง → อะไร → AI เขียน → review →
หาตัวใหม่ / จ้าง dev → push → CF auto-deploy →
รอเสร็จ → debug → deploy live ใน 2 นาที
───────────────────── ─────────────────────
1 สัปดาห์ - 1 เดือน 15 นาที - 2 ชั่วโมง

งานที่เคยใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ตอนนี้เสร็จใน 1-2 ชั่วโมง บางอย่างจบใน 15 นาที

ที่สำคัญ ผมไม่ได้กลายเป็น dev นะ ผมยังเขียนโค้ดเองไม่เป็นเหมือนเดิม แค่ฟังรู้เรื่องพอที่จะรีวิวได้ว่า AI ทำถูกหรือไม่ถูก ถ้าไม่ถูกก็บอกให้แก้ อันนี้แหละพื้นฐาน IT ตอน ป.2 มันได้ใช้ขึ้นมา (เล่าไว้อีกโพสต์ → IT Genius)

GitHub + Auto-deploy — push แล้วจบ#

workflow ทุกวันคือ:

  1. คุยกับ AI ในแชท บอกว่าต้องการอะไร
  2. AI แก้โค้ดให้ → commit ลง GitHub
  3. Cloudflare Pages เห็น commit → auto build + deploy → เว็บ live ใน 1-2 นาที
  4. เปิด preview URL ดู ถ้าใช่ ก็ปล่อย ถ้าไม่ใช่ บอก AI แก้ → วนลูป

ไม่ต้อง FTP ไม่ต้อง Filezilla ไม่ต้อง SSH ไม่ต้อง restart อะไรทั้งนั้น push แล้วจบ

เปรียบเทียบคร่าวๆ#

หัวข้อWordPress + CloudwaysCloudflare + AI
ค่าโฮสหลายพันบาท/เดือน (รวมหลายเว็บ)ส่วนใหญ่อยู่ใน free tier
DeployFTP / ปลั๊กอิน / มือล้วนgit push → auto
เพิ่มฟีเจอร์หาปลั๊กอิน + ปรับแต่ง + บางทีต้องจ้าง devคุยกับ AI 1-2 ชั่วโมง
ความเร็วต่างประเทศขึ้นกับที่ตั้งของ serveredge CDN ทั่วโลก
Security updateมือล้วน / ตามปลั๊กอินplatform-level
ดูแลรายเดือนทุกเดือนแทบไม่มี

จุดที่ยังไม่ perfect#

  • ไม่ใช่ทุกเว็บจะเหมาะกับ static เว็บที่ต้องให้ทีมงานที่ไม่ใช่สาย tech เขียนเนื้อหาผ่านหน้าจอ ก็ยังใช้ WordPress สะดวกกว่า (ตอนนี้มีตัวเลือก git-based CMS อย่าง Decap, Tina ก็ดี)
  • D1 ยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาด database + concurrent query ต้องออกแบบ schema ให้ดี
  • ถ้าทีมยังไม่ถนัด git ต้องเทรนเพิ่ม

สรุป#

WordPress + Cloudways ไม่ได้แย่นะ เหมาะกับคนที่อยากได้ CMS สำเร็จรูป ไม่ต้องแตะโค้ดเลย

แต่สำหรับผมที่ทำเว็บหลายตัว อยากคุมความเร็ว + เพิ่มฟีเจอร์ได้ไวโดยไม่ต้องรอ dev Cloudflare + AI workflow มันเหมาะกว่ามาก

ที่สำคัญที่สุด เขียนเว็บผ่านแชทได้ ทำให้เจ้าของกิจการอย่างผมลงมือทำเองได้ ไม่ต้องรอคิวทีม ไม่ต้องเขียน spec ยาวๆ ไม่ต้องประชุม คิดอะไรได้ก็คุยกับ AI ตรงนั้น 2 ชั่วโมงเห็นของจริง

โพสต์ต่อๆ ไปในหมวด IT GENIUS จะเจาะลึกทีละส่วน — R2 ใช้ยังไง, D1 ออกแบบ schema ยังไง, workflow กับ AI ทำยังไงไม่ให้มั่ว ใครสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ บอกได้ครับ