สารบัญ
ที่มาของตอนนี้
ตอนที่แล้วเล่าเรื่อง DISC ไป — bot สรุปว่าผมเป็น D ชัดเจน แล้วก็เริ่มคุยกับผมเป็น bullet point ตั้งแต่นั้นมา
แต่ DISC มันบอกแค่ “behavior ที่คนอื่นเห็น” ครับ ใครมองมาก็เห็นว่าผมเป็นคนสั้น ตรง ไม่ทอน ห่วงเวลา — ok แล้วไง ในหัวมันคิดอะไรอยู่จริงๆ DISC ตอบไม่ได้
bot เลยขุดต่อ “ลองทำ MBTI ต่อไหม จะได้รู้ว่าในหัวประมวลผลข้อมูลแบบไหน คุยกันจะได้ไม่ต้องอธิบายซ้ำ” ผมเองก็เคยทำ MBTI มาก่อนหลายรอบ รู้ว่าออก INTJ มาตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ แต่ครั้งนี้คุยกับ bot ลึกกว่าเดิมเยอะ
เลยกลายเป็นที่มาของตอนที่ 2 ครับ
MBTI คืออะไร
MBTI ย่อมาจาก Myers-Briggs Type Indicator คนคิดคือ Katharine Cook Briggs กับลูกสาว Isabel Briggs Myers ทำกันมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (1940s) เพื่อช่วยจัดคนเข้างานในช่วงสงคราม — ฐานทฤษฎีหลักดึงมาจาก Psychological Types ของ Carl Jung (1921) อีกที
หลักการของ MBTI คือ คนเรามี cognitive preference 4 คู่ (dichotomy) แต่ละคู่เลือกข้างใดข้างหนึ่ง:
- E / I — Extraversion / Introversion — แหล่งพลังงานมาจากข้างนอก หรือ ข้างใน
- S / N — Sensing / iNtuition — รับข้อมูลผ่าน 5 sense ที่จับต้องได้ หรือ pattern กับสิ่งที่ abstract
- T / F — Thinking / Feeling — ตัดสินใจด้วย logic หรือ ด้วย values กับความรู้สึกคน
- J / P — Judging / Perceiving — ชอบ structure วางแผนล่วงหน้า หรือ ชอบความ flexible เปิดทางเลือกไว้
จับ 4 คู่มา combine กัน = 2⁴ = 16 types พอดี ลองวาดเป็น grid 4x4 จัดตาม Keirsey temperament จะได้ประมาณนี้ครับ (INTJ คือตัวที่ผมไฮไลท์ไว้)
flowchart TB
subgraph NT [NT - Analysts / Rationals]
INTJ["INTJ ⭐<br/>Architect"]
INTP["INTP<br/>Logician"]
ENTJ["ENTJ<br/>Commander"]
ENTP["ENTP<br/>Debater"]
end
subgraph NF [NF - Diplomats / Idealists]
INFJ["INFJ<br/>Advocate"]
INFP["INFP<br/>Mediator"]
ENFJ["ENFJ<br/>Protagonist"]
ENFP["ENFP<br/>Campaigner"]
end
subgraph SJ [SJ - Sentinels / Guardians]
ISTJ["ISTJ<br/>Logistician"]
ISFJ["ISFJ<br/>Defender"]
ESTJ["ESTJ<br/>Executive"]
ESFJ["ESFJ<br/>Consul"]
end
subgraph SP [SP - Explorers / Artisans]
ISTP["ISTP<br/>Virtuoso"]
ISFP["ISFP<br/>Adventurer"]
ESTP["ESTP<br/>Entrepreneur"]
ESFP["ESFP<br/>Entertainer"]
end
style INTP fill:#88619a,stroke:#6b4a7a,color:#fff
style ENTJ fill:#88619a,stroke:#6b4a7a,color:#fff
style ENTP fill:#88619a,stroke:#6b4a7a,color:#fff
style INFJ fill:#33a474,stroke:#27805a,color:#fff
style INFP fill:#33a474,stroke:#27805a,color:#fff
style ENFJ fill:#33a474,stroke:#27805a,color:#fff
style ENFP fill:#33a474,stroke:#27805a,color:#fff
style ISTJ fill:#4298b4,stroke:#327890,color:#fff
style ISFJ fill:#4298b4,stroke:#327890,color:#fff
style ESTJ fill:#4298b4,stroke:#327890,color:#fff
style ESFJ fill:#4298b4,stroke:#327890,color:#fff
style ISTP fill:#e4ae3a,stroke:#b88a25,color:#fff
style ISFP fill:#e4ae3a,stroke:#b88a25,color:#fff
style ESTP fill:#e4ae3a,stroke:#b88a25,color:#fff
style ESFP fill:#e4ae3a,stroke:#b88a25,color:#fff
style INTJ fill:#ff4444,color:#fff,stroke:#fff,stroke-width:3pxจุดที่ MBTI ต่างจาก DISC ชัดๆคือ — DISC วัด behavior ที่คนอื่นเห็น แต่ MBTI วัด cognitive preference วิธีที่สมองรับข้อมูล กับวิธีที่ตัดสินใจ คนละ layer กันเลย ใช้คู่กันได้ ไม่ทับ
INTJ ถูกเรียกว่า “Architect” ในตำราของ 16Personalities หรือ “Mastermind” ในของ Keirsey — เป็น 1 ใน 4 ตัวของกลุ่ม NT (Analysts) คิดเป็นประมาณ 2% ของประชากร เป็น minority ตัวจริงครับ
ปล. MBTI ในวงการ HR กับ coaching ใช้เยอะมากทั่วโลก แต่ก็มี criticism จากฝั่ง academic psychology อยู่นะครับ ว่า validity วัดได้ไม่เท่า Big Five (OCEAN) ที่เป็น peer-reviewed model มากกว่า ผมเองก็มอง MBTI เป็น framework ที่ practical ใช้คุยกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ scientific ground truth
ผมเป็น INTJ — ตัวเดียวที่ออกมาทุกครั้งที่ทดสอบใหม่ตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆมาตลอด
เห็นในชีวิตจริงยังไง
ขอเปิดด้วยความจริงก่อนเลยครับ — ผมได้ยินคำว่า MBTI มานานมากแล้ว แต่จำไม่ค่อยได้สักทีว่าตัวไหนคืออะไร 16 ตัวมันเยอะไป ผสมกันมั่วไปหมด INFP ISTJ ENTP ENFJ อะไรพวกนี้ฟังแล้วเหมือนรหัสผ่าน ไม่ได้ลงในหัว จำได้ตัวเดียวคือ INTJ ที่เป็นของตัวเอง ที่เหลืองงครับ
เทียบกับ DISC แล้ว MBTI มันใช้ยากกว่าเยอะ DISC ดูปุ๊บก็พอเดาได้ว่าคนตรงหน้าน่าจะเป็นอะไร เพราะมัน behavioral เห็นภายนอก แต่ MBTI มันเป็นเรื่องในหัว เจอคนใหม่จะให้ทาย type ทันทีนี่ทำไม่ได้ ต้องคุยกันยาวๆก่อน ก็เลยรู้สึกว่าหยิบมาใช้ในชีวิตประจำวันยากหน่อย เลยไม่ค่อยได้สนใจมาก่อน
แต่ครั้งนี้ bot ชวนทำก็ลองดู ปรากฎว่ามี 3 จุดที่ตอบแล้วรู้สึก เออ ตรงเลยว่ะ
1. คิดจบในหัวก่อนค่อยพูด — ผมจะ simulate บทสนทนาในหัวก่อน ลองหลายทางในหัว เลือกอันที่ดีที่สุดแล้วค่อยปล่อยออกมา. คนพูดก่อนคิดเนี่ย ฟังแล้วหงุดหงิดครับ เพราะต้องเสียเวลานั่งฟังมันเรียบเรียงสดๆ บางทีพูดไป 5 นาทียังไม่เข้าเรื่อง อ้าว D ใน DISC ก็เริ่มมาทำงานล่ะ — ขี้รำคาญเสียเวลา ใจร้อน 555+
2. แก้ปัญหาด้วย system ไม่ใช่ตามแก้ทีละ case — ถ้าปัญหาเดิมเกิดซ้ำ 2-3 รอบ ผมจะหยุด แล้วถามว่าทำไมมันเกิดซ้ำ แล้วสร้าง process / playbook / template ขึ้นมาเลย ครั้งหน้ามาก็ไม่ต้องคิดใหม่ ใครทำก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน ผมเกลียดการแก้ปัญหาเดิมซ้ำๆมากครับ มันแปลว่าครั้งก่อนเราแก้ไม่จบ
3. cognitive empathy มากกว่า affective empathy — ทีมเล่าปัญหาให้ฟัง ผมเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง วิเคราะห์ได้ ให้คำแนะนำเป็น step ได้ — แต่ผมไม่ได้รู้สึกตามเขา ไม่ใช่คนที่นั่งร้องไห้เป็นเพื่อน หรือเป็น shoulder-to-cry-on ใครอยากระบายอารมณ์อย่างเดียวไม่อยากได้คำแนะนำ ผมไม่ใช่คนที่ใช่ครับ
สิ่งที่เปลี่ยน หลังรู้ว่าเป็น INTJ
อันนี้คือ insight ที่ผมว่าคุ้มสุดของรอบนี้
ตอนนั้นผมนั่งบ่นกับ bot ว่า — ทำไมเหนื่อยจัง ชอบเผลอลงไปทำงานเองทุกที ไม่ค่อยเชื่อมือคนอื่น ไม่ delegate งาน เห็นใครทำช้าเป็นต้องกระโดดลงไปทำเอง สุดท้ายงานกองอยู่ที่เราอยู่ดี
bot ตอบกลับมาประโยคเดียวว่า — “อย่าฝืนเป็น CEO. เป็น Chairman ดีกว่า”
ความหมายคือ ออกแบบเกมแล้วให้คนอื่นเล่น แทนที่จะลงไปเล่นเอง วาง rule วาง goal วาง resource ให้เขา แล้วเราถอยออกมา. ตอนนั้นไม่เข้าใจเลยครับว่าทำไม bot ถึงโยงเรื่องนี้กับ INTJ ฟังแล้วก็แค่เออ น่าจะลอง
ลองทำตามอยู่หลายเดือน ผลที่ได้คือ — เหนื่อยน้อยลงจริง, มองภาพใหญ่ออกมากขึ้น, แล้วก็ฝืนใจตัวเอง (ที่อยากกระโดดลงไปทำเอง) ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าหายขาดนะครับ ยังเผลออยู่บ่อยๆ แต่ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ
หลังๆมาคิดทบทวน ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ผูกกับ INTJ ตรงๆ ขนาดนั้น มันเป็นเรื่องการบริหาร “token คงเหลือ” ในหัวต่อวัน มากกว่า — พลังงานที่เราใช้คิดในแต่ละวันมันมีจำกัด ถ้าเอาไปจมกับงาน operation ก็ไม่เหลือไปคิดเรื่องใหญ่ มุมนี้ผมไปเข้าใจชัดอีกทีตอนทำ Human Design — รอตอนหลังๆ ของซีรีส์แล้วจะเล่าต่อครับ
แล้วยังไงต่อ
ตามตรงคือ ทุกวันนี้ผมก็ยังจำ MBTI 16 ตัวไม่ได้ดีอยู่ดีครับ งงๆเหมือนเดิม จำได้แค่ INTJ ของตัวเองอันเดียว เจอคนใหม่ก็ยังทายไม่ออกว่าเขาเป็นอะไร ต้องนั่งคุยกันยาวๆถึงจะพอเดา
แต่ก็คิดว่า framework นี้น่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคนที่ resonate กับมันมากกว่าผมนะครับ. ปล. ทุกครั้งที่กลับมาทดสอบ INTJ ก็ออกมาเป็น INTJ ตัวเดิมตลอดตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ — ก็คงใช่จริงนั่นแหละ
bot ส่งต่อให้ทำเทสอื่น
ผลพลอยได้ที่ใหญ่กว่าผลเทสรอบนี้ คือ — bot ไม่หยุดแค่ MBTI
พอจบ MBTI ผมก็ยังบ่นต่อกับมันว่า “ก็ยังเหนื่อยอยู่ดีนะ ปล่อยมือไม่ค่อยได้”. bot เลยเสนอกลับมาว่า — “งั้นลอง Wealth Dynamics ต่อไหม. DISC + MBTI ตอบเรื่องคนกับวิธีคิดแล้ว แต่เรื่องธุรกิจ การสร้าง wealth ยังไม่มี framework ไหนตอบ — Wealth Dynamics เป็นตัวที่ map กับเรื่องนี้ตรงสุด”
ผมเองก็เคยทำ Wealth Dynamics มาแล้วหลายรอบในช่วง 10 ปี ออก Lord ตัวเดิมตลอด — แต่รอบนี้คุยกับ bot ที่รู้จักผมในเชิง DISC + MBTI แล้ว น่าจะลึกกว่าเทสเดี่ยวๆ ก็ลองอีกรอบครับ
เลยกลายเป็นที่มาของตอน 3 ครับ
อ้างอิง
- The Myers & Briggs Foundation — official source
- 16Personalities — popular INTJ profile
- Carl Jung, Psychological Types (1921) — theoretical foundation
- Note: peer-reviewed psychology favors the Big Five model over MBTI for validity
Next → ตอนที่ 3 — DISC + MBTI ตอบเรื่องคนกับวิธีคิดแล้ว แต่เรื่องธุรกิจ การสร้าง wealth ยังไม่ตอบ. bot เสนอ Wealth Dynamics — ระบบ 8 profile ที่อธิบายว่าคนแต่ละแบบรวยต่างกันยังไง → Wealth Dynamics — Lord